รายการเจาะใจ ได้เชิญ บุคคลที่น่าทึ่งท่านหนึ่งมาสัมภาษณ์
เค้าคือ คุณ ธานินทร์ พันธ์ประภากิจ
ชีวิตโดยย่อ
ออกจากมหาลัยตอนเรียนได้แค่ 9 หน่วยกิจ มาทำธุรกิจติดต่อกับญี่ปุ่นครั้งแรก ตอนนั้นไม่มีตังค์ซักเท่าไหร่ เมื่อวันที่นักธุรกิจญี่ปุ่นคนแรกที่ดิวด้วยจะต้องกลับประเทศ ก็ดันตกเครื่อง เค้าโดนขอตังค์ค่าเครื่องบินใบใหม่แต่ไม่มีให้ จึงนำรถปิกอัพตนเองไปขาย!
วันรุ่งเค้านั่งแท๊กซี่ ไปรับนักธุรกิจคนเดิมที่โรงแรมเพื่อไปสนามบิน พร้อมตั๋วเครื่องบินใบใหม่ นักธุรกิจญี่ปุ่นถึงกับพูดไม่ออกเมื่อทราบวิธีได้เงินมาซื้อตั๋วให้ แถม เค้ายังให้ตังค์ไปอีก 1 หมื่นบาทติดตัว ตังค์ก็ไม่มีแต่ช่วยคนกันแบบจริงใจสุดตัว
หลังจากนั้นไม่กี่วัน ภรรยาของนักธุรกิจญี่ปุ่นคนเดิม โทรมาถามบัญชีธนาคาร เค้าได้รับเงินโอนมา 1 ล้าน บาท ย้ำว่า 1,000,000 บาทเข้าบัญชี เค้า นำเงินไปซื้อรถบรรทุกคันใหม่ แล้วชีวิตการทำธุรกิจจากการช่วยเหลือเพื่อนนักธุรกิจคนนั้นก็เกิดขึ้น กำไรครั้งละ 30 ล้าน บาทต่อการขนลงเรือ 1 ครั้ง วันนึงหลายลำ ทำมาหลายปี จนน่าจะถูกเรียกว่า รวย (ด้วยการซื้อขาย รถมอไซค์เก่าจาก ญี่ปุ่นจากการเพื่อนนักธุรกิจญี่ปุ่นคนเดิม เพื่อ นำๆไปขายให้คนจน ที่ไม่มีโอกาสขับรถใหม่ ทั้งในไทยลาวเขมรเวียตนาม ในราคาถูกสุดๆเพียง คันละ 600 บาท ไปขายต่อในราคา 16,000 บาท / คัน กำไรหลังหัก คชจ. เหลือ 11,000 บาท ทั้ง หมด 3,000 คันต่อลงเรือ 1 ลำ ขายมาตั้งแต่เรียนราม)
ปัจจุบัน อายุมากแล้ว เลิกทำทุกอย่าง รับค่าเช่าจากธุรกิจเพียงเท่านั้น เมื่อไม่นานมานี้ ต้องการหันหน้ามาทำบุญอย่างจริงจัง ตายไปก็เอาไปด้วยไม่ได้ จึงได้เริ่มจากการ บริจาคที่ดิน ซอยสุขุมวิท 24 จำนวน 3 ไร่ 130 ตรว. (มูลค่าที่คนมาขอซื้อ 700,000 บาท ต่อ ตรว. หรือ 6,000 ล้านบาท) เพื่อตั้ง บริษัททาสของแผ่นดิน จำกัด เพื่อดำเนินการโรงพยาบาล เพื่อคนจน มารักษาผ่าตัดตา และฟอกไต ฟรี!!!! ใครจะขอซื้อที่แปลงนี้ก็ไม่ขาย จะให้เป็นทรัพย์สินของแผ่นดิน !!!
เค้ารักในหลวงมาก อยากให้คนจนสุขภาพดี ทุกวันนี้ ทำเพราะอยากได้บุญ แต่ก็ช่วยคนจนคนป่วยให้หายจากการเจ็บป่วยมามากมายหลายปีแล้ว
มีคำนึง เค้าตอบคำถามพิธีกร จากคำถามว่า “ถ้ามีตังค์น้อย เราจะช่วยอะไรใครได้บ้าง” เค้าบอกว่า คนจนช่วยเหลือกันได้มากกว่า คนรวย เพราะคนจนลงแรง แต่คนรวยเอาเงินซื้ออำนาจ การช่วยเหลือเลยไปไม่ถึงคนเดือดร้อนตัวจริง ลงแรงซะก่อนคือสิ่งที่ต้องทำแล้วค่อยลงทุน

(นี่แหละ หน้าตามหาเศรษฐีผู้ใจบุญยิ่ง)
ธานินทร์ พันธ์ประภากิจ
ทาสของแผ่นดิน
ผู้ถวายไม้จันทร์หอมสร้างพระโกศพระพี่นางฯ
เปิดใจครั้งแรก กับ…ธานินทร์ พันธ์ประภากิจ ผู้ถวายท่อนไม้จันทน์หอม สร้างพระโกศสมเด็จย่า และสมเด็จพระพี่นางฯ พร้อมเจริญรอยตามในหลวง ด้วยการเปิดบริษัท ทาสของแผ่นดิน รักษาต้อกระจกฟรีให้กับคนจน
ความจงรักภักดี แปลว่า ” ความยอมสละตนเพื่อประโยชน์แห่งท่าน” คือถึงแม้ว่าตนจะต้องได้รับความเดือดร้อนรำคาญ ตกระกำลำบากหรือจนถึงต้องสิ้นชีวิตเป็นที่สุด ก็ยอมได้ทั้งสิ้น เพื่อมุ่งประโยชน์อันแท้จริงให้มีแก่ชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ …. ความจงรักภักดีแท้จริงนี้เอง คือความรักชาติซึ่งคนไทยสมัยใหม่พอใจพูดอยู่จนติดปาก แต่จะมีสักกี่คนที่จะทำได้อย่างแท้จริง …
ธานินทร์ พันธ์ประภากิจ ประธานกรรมการบริษัท ทาสของแผ่นดิน จำกัด ผู้ประกาศความจงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ และหวังที่จะเดินตามรอยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ด้วยการดำเนินชีวิตแบบเศรษฐกิจพอเพียง
เข้าเฝ้าในหลวง คือที่สุดในชีวิต
จะมีสักกี่ ครั้งในชีวิตของคนธรรมดาสามัญ ที่จะมีโอกาสเข้าเฝ้าพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอย่างใกล้ชิด แต่สำหรับคุณธานินทร์นั้นไม่เพียงการได้เข้าเฝ้าที่สร้างความประทับใจ แต่พระราชดำรัส ” ขอบใจ ” ยิ่งทำให้เขามีความสุขจนไม่อาจลืม…สีหน้าและแววตาแห่งความปลื้ม ปีติปรากฏบนใบหน้าชายวัย 51 ปี ขณะเดียวกันเขาพลางชี้ไปยังจดหมายที่ใส่กรอบอย่างดีซึ่งติดบนผนังห้องทำงาน อันมีใจความว่า ” ตามหมายแจ้ง ความประสงค์ถวายท่อนไม้จันทน์หอม เพื่อใช้ในงานพระราชพิธี ถวายพระเพลิงสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี สำนักพระราชวังได้นำถวาย ความกราบบังคมทูล พระกรุณาทราบฝ่าละอองธุลีพระบาทแล้ว ทรงขอบใจ หจก.เอ็ม.เอ.ที. อิมปอร์ต-เอ็กซปอร์ต …”
คุณธานินทร์ เล่าถึงที่มาของไม้จันทร์หอมดังกล่าวว่า เกิดจากเมื่อครั้งไปทำธุรกิจในประเทพม่า จึงได้ซื้อท่อนไม้จันทน์นี้กลับมาเพื่อน้อมเกล้าฯ ถวายในหลวง จนเมื่อสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ เสด็จสวรรคต เขาจึงน้อมเกล้าฯ ถวายท่อนไม้จันทน์หอมอีกครั้ง พร้อมเป็นผู้อัญเชิญท่อน ไม้จันทน์หอมมาสร้าง พระโกศถวายสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอฯ ดังใจความในจดหมายอีกฉบับที่สร้างความภาคภูมิใจให้เจ้าตัวไม่น้อย
ตามที่จังหวัด ประจวบ ได้มอบหมายให้ อ.กุยบุรีรับผิดชอบดำเนินการนำ ไม้จันทน์หอม จากอุทยานแห่งชาติกุยบุรี นำส่งสำนักช่างสิบหมู่ กรมศิลปากร วันจันทร์ 11 ก.พ. 51 เพื่อนำไปสร้างพระโกศในพระราช พิธี พระราชทานเพลิงพระศพ สมเด็จพระเจ้าพี่นางฯ การทำพิธีสักการะไม้จันทน์หอม เพื่อนำไปใช้สร้างพระโกศในพระราชพิธีพระราชทานเพลิงพระศพ สมเด็จพระเจ้าพี่นางฯ
ตามหนังสือที่ อ้างถึง บ.ทาสของแผ่นดิน ได้เสนอเรื่องการนำช้าง 12 เชือก เป็นพระราชพาหนะในเคลื่อนพระศพสมเด็จพระเจ้าพี่นางฯ ไปเพื่อสำนักงานปลัด สำนักนายกรัฐมนตรี พิจารณาคณะกรรมการฝ่ายจัดการ พระราชพิธีพระราชทานเพลิงพระศพ เมื่อวันที่ 20 มี.ค. มีมติเห็นสมควรให้ดำเนินการจัดงานพระราชพิธี โดยอัญเชิญพระศพสมเด็จ พระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ตามแบบโบราณราชประเพณี
“แค่ผมได้หนังสือของพระองค์ท่านที่ทรงขอบใจมา กระดาษ 1 แผ่นนี้ ผมว่ายิ่งกว่าได้ยศ ฐาบรรดาศักดิ์ เป็นกระดาษที่มีคุณค่ามากกว่าเงินตราเสียอีก ถึงมีเงินเป็นแสน เป็นล้านก็ไม่สามารถมีหนังสือฉบับนี้ได้ แล้วก็เป็นหนังสือที่ประทับอยู่ในหัวใจ ในชีวิตของ ผมจะปิดทองใต้ฐานองค์พระปฏิมา แม้คนอื่นจะมองไม่เห็นก็ตาม เพียงแค่ให้พระองค์ท่าน หรือสิ่งศักดิ์สิทธิ์รู้ก็พอแล้ว ” รางวัลชีวิตอันยิ่งใหญ่ของคุณธานินทร์ที่น้อยคนนักจะได้รู้
ธานินทร์ ทาสของแผ่นดิน
แม้เจ้าตัวจะไม่อยากเปิดเผยเรื่องราวแห่งความดีที่เคยทำ แต่นั่นกลับเป็นสิ่งที่หลายคนควรรู้ โดยเฉพาะช่วงชีวิตกว่าจะเป็นธานินทร์ ผู้เป็นเจ้าของบริษัท ทาสของแผ่นดิน และผู้ก่อตั้งศูนย์ผ่าตัดต้อกระจก-ต้อเนื้อ ฟรีแก่ประชาชนในเวลานี้
คุณธานินทร์ เรียนจบจาก ปวช.พาณิชย์วิทยาลัย สีลม จากนั้นได้เข้าไปเรียนที่ มหาวิทยาลัยรามคำแหง คณะรัฐศาสตร์ แต่เรียนได้เพียง 9 หน่วยกิตก็เลิกเรียน เพราะรู้สึกว่าการเรียนก็ได้แค่เรียนรู้เท่านั้น สู้ทำงานเองจะดีกว่า เขาจึงตัดสินใจออกมาทำธุรกิจกับเพื่อน จำหน่ายสินค้าประเภทรถยนต์ มอเตอร์ไซด์ หนังสัตว์ กระดูกสัตว์ เสื้อผ้า และเครื่องใช้ต่างๆ กับต่างประเทศ อาทิ ญี่ปุ่น อเมริกา ลาว เขมร เวียดนาม สิงคโปร์ และจีน ในนาม หจก.เอ็ม.เอ.ที อิมปอร์ต-เอ็กซปอร์ต
จวบจน กระทั่งได้มาทำหน้าที่เป็นที่ปรึกษา บริษัท เพรสซิเดนท์ ปาร์ค ( President Park ) พร้อมกับเป็นผู้ควบคุมดูแลอาคารทั้งหมด จากนั้นจึงก่อตั้งบริษัท ทาสของแผ่นดิน จำกัด เมื่อประมาณ 3 ปีที่แล้ว เพื่อจัดตั้งศูนย์ผ่าตัดต้อกระจก-ต้อเนื้อแก่ประชาชน โดยเขาเล่าถึงที่มาของชื่อบริษัทว่า ต้องการให้เห็นอุดมการณ์อันแน่วแน่ที่จะแก้ไขในสิ่งผิด
” ในอดีตชาติหรือปัจจุบันเราทำผิดมาก็มากทำถูกมาก็มาก อยากให้มองว่าระหว่างที่ เรามีชีวิตอยู่ไม่ควรมีการแบ่งชนชั้นวรรณะ หรือแบ่งเชื้อชาติศาสนา แต่ให้ยึดมั่นในองค์ พระมหากษัตริย์ ประเทศไทยเป็นเมืองที่น่าอยู่และเป็นแผ่นดินที่ร่มเย็นมาก”
” พ่อแม่ผมอยู่ในประเทศไทย แล้วผมก็เกิดในแผ่นดินนี้ ทุกคนอาจเห็นผมตัวดำ สีผิวผมที่ดำนี้คือสีดิน แล้วถ้าตัวผมไม่ดำผมจะเป็นทาสของแผ่นดินได้ยังไง เคยมีอุทาหรณ์สอนใจผมว่า ผมน่าจะเกิดเป็นลูกของคุณทักษิณ เพราะผมจะได้เป็นคนรวย มีเงินเยอะๆ ผมจะเดินทางไปหาประชาชน เดินตามรอยพระยุคลบาทของในหลวง พ่อผมจะเป็นอะไรก็เป็นไปไม่เกี่ยวกับผม แต่ผมจะเดินออกไปหาคนจนในถิ่นทุรกันดาร คิดว่าน่าจะเป็นความสุขใจในชีวิต วันนี้ผมจึงกล่าวขานขนานนามต่าง ๆ ในชีวิตของผมว่า ขอถวายชีวิตเป็นราชพลีแด่พระองค์วงศ์จักรี ธานินทร์ทาสของแผ่นดิน”
ศูนย์ผ่าตัดต้อเกิดจากลมหายใจสุด ท้าย
ศูนย์ผ่าตัดต้อ กระจก-ต้อเนื้อ ฟรี ดังกล่าว เกิดขึ้นจากพลังแห่งศรัทธา ในบุญและบาป โดยครั้งหนึ่งคุณธานินทร์เคยถูกลอบยิงเกือบเอาชีวิตไม่รอด สาเหตุเกิดจากสองสามีภรรยาซึ่งเป็นที่รู้จักและมีชื่อเสียงในแวดวงสังคม เอาภาพถ่ายของตัวเองขณะยืนอยู่หน้าทัชมาฮาลวางติดไว้ด้านบนผนังด้านบนและเอา รูปเจ้าแม่อุมาเทวีวัดแขกไว้ด้านล่าง เมื่อคุณธานินทร์เห็นเข้าจึงรู้สึกเป็นสิ่งที่ไม่สมควร พร้อมกับเขียนเรื่องนี้ลงในหนังสือของตัวเองเพื่อบอกให้ประชาชนได้รับรู้
ประเด็นนี้เอง อาจสร้างความโกรธแค้นและกลายเป็นชนวนลอบสังหาร โดยเขาถูกมือปืนยิงบริเวณหน้าบ้านย่านสีลม ลูกปืนเข้าที่ศรีษะทำให้ต้องรักษาตัวอยู่ที่ ร.พ.กรุงเทพคริสเตียน ในห้องไอซียู นานถึง 45 วัน และต้องทำการผ่าตัดถึง 6 ครั้ง ” เป็นช่วงเวลาที่ได้เห็นคนเสียชีวิตมากมายมหาศาล สัจธรรมเกิดขึ้นมาทันทีว่า ภาพที่เห็นคนตาย คิดในทาบวกถือเป็นความสุข เพราะไม่ได้นอนกับคนที่รักเราอย่างเดียว แต่ได้นอนกับคนที่ต้องตายทุกวัน คิดว่าน้อยคนนักที่จะได้มานอนกับคนตายแบบนี้ ระหว่างที่อยู่ไอซียูยังได้ยินเสียงทุกคนพูดตรงกัน คงอยู่ไม่เกินครึ่งชั่วโมง แต่ครึ่งชั่วโมงนั้นทำให้รอดตายมาได้ นับว่าโชคดีและเป็นบุญอย่างหนึ่ง ถามว่าสะทกสะท้าน กับความตายไหม บอกได้เลยว่าไม่มี เลยได้คารมเด็ดๆในชีวิตว่า ไม่เคืองแค้นน้อยใจในโชคชะตา ไม่เสียดายเวลาถ้าสิ้นไป เพราะว่าไม่มีอะไรจะเสียแล้ว “

เหตุนี้ ชีวิตที่เหลืออยู่ เขาจึงขอแทนคุณแผ่นดินด้วยการตั้งศูนย์ผ่าตัดต้อกระจกขึ้น เพื่อรักษาผู้ยากไร้ “วันนั้นคิดว่า ถ้าผมกลับมาได้จะตอบแทนบุญคุณให้กับ แผ่นดินที่เราอาศัยอยู่ได้ยังไง ถ้าไปกิน-นอนอยู่กับใครสักคนโดยไม่ทำอะไรให้ แต่อยู่อย่างสุขสบายไม่ช่วยเหลือและเกื้อกูล ไม่ทำอะไรให้เลย เขาจะเรียกว่าเนรคุณไหม และถ้าผมอยู่ในแผ่นดินนี้ ไม่ช่วยเหลือแล้ว ยังกอบโกยโกงกินผืนแผ่นดิน เขาจะเรียกผมว่าทรราชของแผ่นดินหรือเปล่า “ ชีวิตเฉียดตายทำให้เข้าใจในความเป็นมนุษย์และบุญคุณที่ต้องทดแทน แผ่นดิน
เมื่อแนวคิดใน การเปิดศูนย์ผ่าตัดต้อกระจกทำท่าว่าจะเป็นจริง คุณธานินทร์ จึงปรึกษากับ นพ.วิทิต อรรณเวชกุล ผอ.โรงพยาบาลบ้านแพ้วในขณะนั้นทันที แม้คุณหมอจะถามย้ำถึงความเชื่อมั่นว่าทำแน่หรือ เพราะต้องใช้เงินจำนวนมหาศาล แต่เขากลับมั่นใจว่าต้องทำได้
” เมื่อปรึกษาหารือกันเป็นที่เรียบร้อยแล้ว จึงสั่งซื้ออุปกรณ์การผ่าตัดดวงตา จากต่างประเทศ และสั่งซื้อรถห้องผ่าตัดเคลื่อนที่หลายสิบล้านบาท โดยเงินทั้งหมดในการซื้อ อุปกรณ์เป็นเงินส่วนตัวของผมที่ได้เก็บสะสมตลอดทั้งชีวิต ผมต้องการช่วยเหลือชาวบ้านผู้ยาก ไร้คนไทยในแผ่นดินด้วยกัน เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ”
จากนั้นเขาได้ จัดทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญโรงพยาบาลบ้านแพ้ว ลงพื้นที่ อ.บ้านโป่ง จ.ราชบุรี โดยครั้งนั้นมีผู้ป่วยถึง 200 ราย หลังจากที่ผู้ป่วยได้รับการผ่าตัดต้อกระจก และสามารถมองเห็น อีกครั้ง ทุกคนต่างร้องไห้ดีใจ วิ่งเข้ามากอดเขาด้วยความซาบซึ้ง
ตลอดเวลา 3 ปีที่ผ่านมา ศูนย์แห่งนี้สามารถทำให้ผู้ที่เป็นต้อกระจกมองเห็นได้ประมาณ 600,000 ราย และในปี 2549 พบผู้ป่วยตกค้างสะสมกว่า 100,000 ราย ณ วันนี้หากถามว่าเหนื่อยไหม คุณธานินทร์ ตอบกลับทันทีว่า ” ไม่เหนื่อยเลย “ เพราะแม้กำลังกายจะสู้คนอื่นไม่ได้ หรือกำลังเงินอาจสู้ประชาชนคนรวยไม่พอ แต่เขาเชื่อว่ากำลังใจของเขาใหญ่กว่าคนรวยในแผ่นดินไทยมากมายมหาศาล

“ผมมาช่วยเหลือชาวบ้าน เพราะผมแบกความจนเอาไว้ การแบกความจนจะทำให้รู้ว่า เกิดเป็นคนอย่าลืมตัว เกิดเป็นวัวอย่าลืมตีน ดังนั้น ถ้าเราแบกความจนเอาไว้จะไม่ลืมความจนเลย วันนี้เราแบกความจนเอาไว้ก็จะพาประชาชนพ้นทุกข์ได้ และหากเราแบกความรวยเอาไว้เมื่อไร เราจะกลายเป็นคนลืมตัว ถ้าตายไปแล้วขึ้นสวรรค์ ขณะเดียวกันก็ยังมีคนยากจนอยู่ในแผ่นนี้ ขอกลับลงมาเกิดในแผ่นนี้ดีกว่า ผมไม่ได้คิดที่จะเปิดศูนย์นี้เท่านั้น แต่มีความตั้งใจจะสร้าง ร.ร.อนุบาลเรารักในหลวง เพื่อต้องการปลูกรากแก้วให้กับเด็กๆ ” เขาเล่าถึงสิ่งที่ได้ช่วยเหลือชาว บ้านให้หมดทุกข์ด้วยแววตาที่มุ่งมั่นเช่นเดิม
ชีวิตที่เหลืออยู่ของ ธานินทร์ พันธ์ประภากิต เขาขอเดินรอยตามพระยุคลบาทองค์ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจนกว่าชีวิตจะหาไม่ เพราะสิ่งที่ผู้ชายคนนี้แบกไว้ ไม่ใช่ความรวย ไม่ใช่ความดี แต่คือ ” ความจน ” ที่เขาจะแบกไปตลอดชีวิต…
ผู้ที่ประสงค์ผ่าต้อกระจกฟรี! ติดต่อไปยังโรงพยาบาลบ้านแพ้ว และนายชูศักดิ์ แก้วสุริยอร่าม บริษัท ทาสของแผ่นดิน จำกัด อาคารพระมหากรุณาธิคุณ เลขที่ 98 ซอยสุขุมวิท 24 ถ.สุขุมวิท แขวงคลองตัน เขต คลองเตย กทม. 10110
สอบถามรายระเอียดได้ที่ 02-2629454-5, 02-2618213-7 เวลาทำการ วันจันทร์-วันศุกร์ 08.00-17.00 น. (ติดตามเรื่องราวดี ๆ ใน WhO? Magazine ฮู แมกกาซีน ได้ทุกวันอังคารของเดือนครับ)
++ รักษาตาฟรี !! ผ่าตัดต้อกระจก , ต้อ เนื้อ นำมาบอกต่อ ++
รักษาตา ฟรี! ถวายในหลวง
(บอกต่อ ๆ กันไปเผื่อจะได้ช่วยคนที่เค้าเดือดร้อน)
โครงการคืนแสงสว่าง ให้ผู้ป่วยต้อกระจกและต้อเนื้อ
ขอเรียนเชิญผู้ป่วย ทุกท่านมารับ บริการผ่าตัดต้อต้อกระจกและต้อเนื้อฟรี โดยมิต้องเสียค่าใช้จ่ายใด ๆ ทั้งสิ้น โดยมี แพทย์ของโรงพยาบาลบ้านแพ้ว (องค์การมหาชน)
ที่มา: FWD Mail
นี่แหละครับ ที่โบราณเค้ากล่าวว่า
“คนจะงาม งามน้ำใจ ใช่ใบหน้า”
อย่าตัิดสินที่เพียงฐานะ หรือลักษณะภายนอกผิวเผิน
แต่จงเรียนรู้ เฝ้าดู ติดสินคนที่หัวใจและการกระทำเป็นที่สุดครับ
…สุขสันต์ วันที่คนไทยยังมีเรื่องดีๆให้น่าชื่นใจครับ…
~ ขอให้มีความสุข ในทุกวัน ~
ส้มโอ พูดว่า,
มิถุนายน 21, 2010 ที่ 11:53
…”ไม่เคืองแค้นน้อยใจในโชคชะตา ไม่เสียดายเวลาถ้าสิ้นไป เพราะว่าไม่มีอะไรจะเสียแล้ว “…
^___^..ประโยคนี้ช่างกินใจ..เสียจริงๆ ..วันเวลาที่ล่วงเลยไป …ทำให้ได้คิดว่าเรามัวทำอะไรอยู่…คงลงแรงน้อยไปสิน่ะ…จนถึงช่วงเวลาของคำว่าเฉียดตาย นี่สิ!!!… ถึงทำให้ได้สำนึกว่า..เวลาที่เหลืออยู่….จงทำวันนี้ให้ดีที่สุด..เพราะพรุ่งนี้อาจจะมาไม่ถึง…^___^
น้ำนิ่ง พูดว่า,
มิถุนายน 29, 2010 ที่ 04:09
ขออนุโมทนาบุญด้วยครับ
fasthana พูดว่า,
สิงหาคม 9, 2010 ที่ 14:56
อ่านแล้วสุขใจนะคะ
ที่คนดีดียังมีอยู่ในบ้านเมืองเราเยอะจริงๆ
ขอให้มีความสุขในทุกๆวันนะคะ
น้องอ้อม
หิ่งห้อย พูดว่า,
สิงหาคม 28, 2010 ที่ 21:02
เพียงแค่ได้อ่านก็ดีใจมากเลยนะครับ
ขอเป็นกำลังใจให้นะครับ
และขออวยพรให้พระคุ้มครองนะครับ
ธรรมทาน พูดว่า,
มกราคม 2, 2011 ที่ 13:34
ขอบพระคุณและขออนุโมทนาเช่นกันครับ
สายฝน พูดว่า,
ธันวาคม 27, 2010 ที่ 04:58
คนต่างชาติขอรับรักษาฟรีได้ไหม่ค่ะเขาเป็นคนอเมริกาแต่เขาไม่มีเงินขนาดนี้เขาเดินไม่ได้อยู่ที่ประเทศไทยค่ะเขาเป็นโรคไขข้อเสื่อมเป็นมากมากด้วยเขารอคอยที่จะใช้ประกันแต่มันจะต้องสำรองจ่ายเองก่อนและเขาไมมีเงินเพื่อสำรองจ่ายเขาทรมารมากตอนนี้ขอขอบคุณเป็นอย่างสูงหากท่านสามารถช่วยเขาได้ขอบคุณค่ะ
สายฝน
ธรรมทาน พูดว่า,
มกราคม 2, 2011 ที่ 13:35
กรณีนี้ ลองติดต่อได้เลยนะครับ
โทรศัพท์ 022629454-5
02-2618213-7
เวลาทำการ วันจันทร์-วันศุกร์ 08.00-17.00 น.
ขอจงมีความสุข…ในทุกวันครับ
กัน พูดว่า,
มกราคม 24, 2011 ที่ 10:10
อยากพาพ่อไปรักษาจังค่ะ แต่ไม่มีค่ารถ หลังจากผ่าตัดหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาทที่โรงพยาบาลมหาราชโคราช ชีวิตก็อยู่แบบไม่ปกติสุข พ่อต้องทรมานต้องใส่สายยางกระเพาะปัสสวะตลอดเวลาเกือบ4ปีแล้วเจ็บปวดไม่ได้หลับไม่ได้นอน โดยไม่รู้สาเหตุเป็นเพราะอะไร หมอก็รักษาไปตามบัตรใช้บัตรทอง แค่ค่ารถไปหาหมอแต่ละครั้งยังต้องยืมเขาเลย
สุรัสวดี สิงหการ พูดว่า,
กุมภาพันธ์ 2, 2011 ที่ 08:44
ตอนนี้มีชาวลาวที่รู้จักได้รับเชื้อโรคที่เข้าไปในไขสันหลังแล้วทำให้ไขสันหลังต่อต้านเซลล์ในร่างกายผู้ป่วยทำให้เกิดมีอาการกล้ามเนื้ออ่อนแรงที่ขาทั้งสองข้าง ลุกนั่งเองไม่ได้ และหมอบอกว่าจะมีอาการรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ ไม่ทราบว่าจะพาไปรักษาได้ไหมค่ะ
ถ้ากรุณณาช่วยส่งรายละเอียดให้ที่ E-mail : heartjang379@yahoo.com
นายกนธี นิธิพรเดชะ พูดว่า,
มีนาคม 2, 2011 ที่ 13:36
สวัสดีคับ
ผมอยากทราบว่ารักษาโรคหัวใจด้วยไหมคับ
เพราะผมอยากพาย่าที่ผมเหลือคนสุดท้ายและรักท่านมากไปพาตัด
เนื่องจากเวลาท่านนอนหัวใจท่านจะเต้นช้ามาก
ได้โปรดช่วยให้ข้อมูลผมหน่อยว่ามีการรักษาไหมคับ
ผมอยากอยู่กับท่านนานๆ
แต่ผมคงไม่มีเงินพอที่จะพาท่านไปรักษา
ผมยังเด็กเกินไปครอบครัวก็ไม่ค่อยมีเงิน
และพ่อแม่ก้ส่งลุกตั้ง6คน
เพราะโรคหัวใจมีความอันตรายมาก
ท่านผู้ใดเห้นข้อความนี้ช่วยผมด้วยน่ะคับ
ติดต่อได้ที่0835519396
nop พูดว่า,
มีนาคม 28, 2011 ที่ 06:35
อนุโมทนาบุญด้วยครับ
หอมหวล เพ็ชรสุวรรณ พูดว่า,
เมษายน 15, 2011 ที่ 05:27
ซาบซึ้งในความคิดและความศรัทธาที่คุณมีต่อพระองค์ท่านเหลือเกิน ถ้าไม่ได้มาอ่านในเว็บไซท์นี้ ก็ไม่รู้ว่า ในโลกนี้ โดยเฉพาะผืนแผ่นดินไทยนี้ จะมีบุคคลที่แสนดีให้หลงเหลือให้ได้ชื่นชม ขออนุโมธนาบุญที่ได้ช่วยเหลือผู้ยากไร้ ถวายแด่พระองค์ท่านด้วยคนนะค่ะ และขอให้คุณจงมีสุขภาพแข็งแรงเพื่อที่จะได้ทำคุณประโยชน์แก่ประเทศไทยไปอีกนานแสนนาน
Yu พูดว่า,
เมษายน 18, 2011 ที่ 05:33
ขออนุโมทนาบุญด้วยครับขอให้คุณธานินทร์ พันธ์ประภากิจ และครอบครัวรวมถึงทุกๆคนที่เกี่ยวข้องในการทำความดีใด้รับความสุขทั้งกายและใจตลอดไป น่ะครับ
ด้วยความนับถือ
ญู
นิตยา พูดว่า,
พฤษภาคม 4, 2011 ที่ 03:58
ดีใจจังเลยที่ แผ่นดินไทยมีคนที่ยอมเสียสละ เพื่อสังคม
อย่างคุณ ธานินท์ ขอให้ชีวิตของครอบครัวคุณ ธานินท์ มีแต่ความสุข นะค่ะ
และขอขอบคุณที่มีหน่วยเคลื่อนที่ออกรัษาตามต่างจังหวัด
ธานินทร์ พันธ์ประภากิจ | ทัวร์วัด พูดว่า,
มิถุนายน 24, 2011 ที่ 05:40
[...] http://dhammatan.wordpress.com/2010/04/16/%E0%B8%A1%E0%B8%AB%E0%B8%B2%E0%B9%80%E0%B8%A8%E0%B8%A3%E0%… [...]
วชิราภรณ์ พูดว่า,
กรกฎาคม 10, 2011 ที่ 10:53
ไม่ทราบว่าโรคจอประสาทตารับผ่าตัดด้วยไหมค่ะ
มีผู้ป่วยที่ต้องการความช่วยเหลือ มากๆค่ะ
น่าสงสารมากเพราะนอกจากเค้าจะตาปวดเพราะโรค SLE แล้ว
ลูกสาวเค้าก็มาพิการร่างกายพัฒนาการช้ามากๆค่ะ
อยากให้ช่วยเหลือ ไม่ทราบรับพิจารณาไหมค่ะ? ช่วยหน่อยค่ะ
และอีกทั้งลงทะเบียนขอรับเงินผู้พิการ สองปีผ่านมาแล้ว
ไม่ได้รับการช่วยเหลือใดๆเลยค่ะ ขอบคุณมากๆ ท่านใดพอจะช่วยได้
กรุณาติดต่อกลับด้วยนะค่ะ วชิราภรณ์ค่ะ 081-7000-685
ฉัตรทิพย์ พูดว่า,
กรกฎาคม 21, 2011 ที่ 08:42
ขอแสดงความชื่นชมในแนวคิด+ปฏิบัติ
อนุโมทนาในกุศลจิต
ภูมิใจที่ประเทศชาติมีบุคคลที่มีคุณค่าด้วยคุณธรรม เช่นคุณธานินทร์ และคณะ
ya พูดว่า,
สิงหาคม 17, 2011 ที่ 01:32
ได้อ่านแล้วซึ้งน้ำใจจริงๆกับท่านผู้นี้เขาทำความดีกับคนจนๆและคนที่เจ็บป่วยก้อขอให้ท่านมีสุขภาพที่ดีตลอดทั้งร่างกายทุกส่วนของท่านนะคะ แต่กรณีของดิฉันจนและเป็นหนี้ไม่ได้อยู่ในกรณีเจ็บป่วยแต่หัวใจฉันมันแย่มากที่เป็นหนี้แสนหก หัวใจมันจะไม่สู้ค่ะ นอนก้อฝันตื่นมาก้อคิด ดิฉันมีที่อยู่20ตรางวาแต่ยังขายไม่ได้ถ้าขายได้คงได้ใช้หนี้เขา ขายสองแสน หัวใจของดิฉันคงดีแน่ค่ะ แต่ตอนนี้ใจมันแย่มาก ไม่มีที่ระบายให้ผู้ใดฟัง อ่านเจอก้อขอระบายให้ท่านๆฟัง ก้อคลายเครียดได้มากค่ะ ขอบพระคุณมากๆเจ้าค่ะ ขอให้ท่านจงเจริญนะคะ
ya พูดว่า,
สิงหาคม 17, 2011 ที่ 01:34
ได้อ่านแล้วซึ้งน้ำใจจริงๆกับท่านผู้นี้เขาทำความดีกับคนจนๆและคนที่เจ็บป่วยก้อขอให้ท่านมีสุขภาพที่ดีตลอดทั้งร่างกายทุกส่วนของท่านนะคะ แต่กรณีของดิฉันจนและเป็นหนี้ไม่ได้อยู่ในกรณีเจ็บป่วยแต่หัวใจฉันมันแย่มากที่เป็นหนี้แสนหก หัวใจมันจะไม่สู้ค่ะ นอนก้อฝันตื่นมาก้อคิด ดิฉันมีที่อยู่20ตรางวาแต่ยังขายไม่ได้ถ้าขายได้คงได้ใช้หนี้เขา ขายสองแสน หัวใจของดิฉันคงดีแน่ค่ะ แต่ตอนนี้ใจมันแย่มาก ไม่มีที่ระบายให้ผู้ใดฟัง อ่านเจอก้อขอระบายให้ท่านๆฟัง ก้อคลายเครียดได้มากค่ะ ขอบพระคุณมากๆเจ้าค่ะ ขอให้ท่านจงเจริญนะคะ risa_01@hotmail.com
netsai พูดว่า,
สิงหาคม 19, 2011 ที่ 03:14
อ่านแล้วก็รู้สึกอยากจะช่วยให้โครงการมีต่อไปเรื่อย ๆ ข้าพเจ้าไม่มีญาติที่ป่วย ถ้าต้องการจะร่วมทำบุญด้วยจะให้ส่งเงินไปที่ไหน ช่วยแจ้งให้ทราบด้วยค่ะ ตามอีเมลล์นี้คะ netsai58@hotmail.com
ธรรมทาน พูดว่า,
ธันวาคม 1, 2011 ที่ 16:53
ศูนย์รวมแห่งการบริจาคทำความดีออนไลน์ครับ
http://www.thaigiving.org/
บริจาคเงิน
บริจาคอวัยวะ
บริจาคคอมพิวเตอร์
บริจาคสิ่งของ บริจาคอาคารสิ่งก่อสร้าง
บริจาคกำลัง เวลา และจัดกิจกรรม
ลองตรวจสอบในเวปไซต์ได้ครับ
เผื่อช่วงว่าง วันหยุด
อาจได้ชวนครอบครัวทำกิจกรรมดีๆ ด้วยกันก็ได้ครับ
~ ขอให้มีความสุขในทุกวัน ~
ตั้น พูดว่า,
กันยายน 4, 2011 ที่ 03:16
อนุโมทนาบุญด้วยอย่างยิ่งครับ
ครูนงนาถ ยิ้มแย้ม พูดว่า,
พฤศจิกายน 27, 2011 ที่ 09:10
เป็นคนดี จริงๆ คร้า
นส.ซารีปะ เปาะแต พูดว่า,
ธันวาคม 1, 2011 ที่ 12:12
พ่อดิฉันชื่ออารง เปาะแต เป็นโรคใตต้องฟอกใตต้องใช้เงิน เดือนเป็นหมืนปีเป็นแสน ขณะนี้พ่อดิฉันอยู่ในห้องicuรพ.นราธิวาส ครอบครัวดิฉันหาเช้ากินคำขณะกินวันๆอย่างไม่พอ ท่านพอจะช่วยแนวทางใน ขอบคุณคะ
ธรรมทาน พูดว่า,
ธันวาคม 1, 2011 ที่ 16:32
ผมได้ลองติดต่อไปที่โครงการดูแล้วครับ
การฟอกไตกับโครงการยังมีข้อจำกัดในเรื่องพื้นที่
เพราะจะจำกัดเฉพาะที่โรงพยาบาลของทางโครงการ
ซึ่งจะมีปัญหาในประเด็นเรื่องการเดินทาง
(ในกรณีของคุณพ่ออารงครับ)
และเป็นการล้างไตผ่านทางหน้าท้องครับ
เท่าที่พอทราบมาคร่าวๆ
โครงการ 30 บาท เคยสามารถใช้ในการฟอกไตได้
(แต่ระยะเวลาฟอกอาจน้อยกว่า เพราะทางรัฐฯ
จะกำหนดสเปคของน้ำยาฟอกและตัวกรอง
ทำให้คนมักกังวลเรื่องคุณภาพ ฯลฯ)
และเป็นไปในลักษณะของผู้ป่วยต้องจ่ายเองส่วนหนึ่ง
เพราะรัฐเพียงทุ่นค่าใช้จ่ายได้ส่วนหนึ่งเท่านั้น
ส่วนโครงการล้างไตฟรีของทางรัฐฯ นั้น
เคยมีเป็นโครงการนำร่องในบางจังหวัดเท่านั้น
อย่างไรก็ตาม…
ผมจะลองสอบถามผู้เกี่ยวข้อง
เผื่อจะได้ข้อมูลเพิ่มเติมอีกถ่ายหนึ่งครับ
ขอให้มีกำลังใจสู้ต่อไปนะครับ
ข้อมูลเพิ่มเติมครับ:
- ศูนย์บริการล้างไต โรงพยาบาลบ้านแพ้ว สาขาพร้อมมิตร
http://www.bp-pd.com/tha/index.htm
ติดต่อฟอกไต : โทร. 02-262 9454-5
ติดต่อโรคเกี่ยวกับตา : โทร. 089-889 0097, 02-261 8213-7
- เครือข่ายเพื่อโรคไตแห่งประเทศไทย
http://www.thaikidneyclub.org/
วอร์ม พูดว่า,
มกราคม 7, 2012 ที่ 15:06
ช่วยเพื่อนผมด้วยคับ ผมต้องการเงิน 1 ล้านบาทเพื่อช่วยเพื่อนผมจากโรคมะเร็ง เพื่อนผมอายุ 24 เอง
อรวรรณ พูดว่า,
พฤษภาคม 9, 2012 ที่ 11:13
พ่อของดิฉัน ต้องฟอกไต อาทิตย์ล่ะ 2 ครั้ง ค่ะ อยากทราบว่าสามารถไปรักษาที่นี้ได้ไหมค่ะ เพราะต้องเสียค่าใช้จ่าย ตกเดือนล่ะ 4000 บาท แล้วที่นี้เสียค่ารักษาไหมค่ะ ถ้าไปต้องรอคิวนานไหม ขอบพระคุณเป็นอย่างสูงค่ะ